วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
หลักการจัดการศึกษาไทยในอนาค
1. หลักการผลิตมนุษย์สมบูรณ์แบบ (Perfect Man)
2. หลักความพอเพียงในการดำเนินชีวิต (Self-Sufficiency)
3. หลักการเสริมสร้างลักษณะความเป็นไทย (Thai Uniqueness)
4. หลักการจัดสมดุลความเชื่อตามวิถีไทย (Balancing Spiritual and Materialism)
5. หลักการจัดสมดุลการดำเนินชีวิตแบบดั้งเดิมและแบบใหม่ (Balancing Traditional and Modern Ways of Life)
6. หลักการพัฒนาเนื้อหาสาระไทย (Thai Content-Based Curriculum)
7. หลักการพัฒนาทักษะชีวิต (Developing Life Skills)
8. หลักการพัฒนาบ้านในโรงเรียน (Developing Home-in-School Concept)
9. หลักการพัฒนาฐานความรู้และการจัดการความรู้ (Developing Knowledge Bases and Knowledge Management)
10. หลักการบูรณาการประเมินครบวงจร (Integrating Full Cycle Evaluation)
เทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนในอนาคต
ครูกับเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนในอนาคต
โลก
เราในปัจจุบันนี้มีการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วไม่ว่าจะ
เป็นในเรื่องของด้านการศึกษา เศรษฐกิจ และสังคม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศ
ในปัจจุบันจะสังเกตได้ชัดเจนว่าเทคโนโลยีต่างๆนั้นได้มีการพัฒนาอย่างล้ำ
สมัยซึ่งส่งผลให้เกิดความสะดวกต่อการใช้งานในปัจจุบันและในอนาคต ปัจจุบัน
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศได้มีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตและสังคมของ
มนุษย์ เทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบันได้บูรณาการเข้าสู่ระบบธุรกิจ
ดังนั้นองค์การที่จะอยู่รอดและมีพัฒนาการต้องสามารถปรับตัวและจัดการกับ
เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม
โดยหัวข้อนี้จะกล่าวถึงเทคโนโลยีสารสนเทศที่จะมีผลต่อการดำเนินธุรกิจใน
อนาคต
เพื่อให้ผู้บริหารในฐานะหัวใจสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศขององค์การ
ได้ศึกษา
แต่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีสารสนเทศอาจทำให้
เทคโนโลยีที่กล่าวถึงในที่นี้ล้าสมัยได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว
ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ผู้บริหารที่สนใจจะต้องศึกษาติดตามความเปลี่ยน
แปลงอยู่ตลอดเวลา โดยเทคโนโลยีสารสนเทศที่สำคัญในอนาคตมี ดังนี้
1.คอมพิวเตอร์ (computer) ปัจจุบัน
คอมพิวเตอร์ได้พัฒนาไปจากยุคแรกที่เครื่องมีขนาดใหญ่ทำงานได้ช้า
ความสามารถต่ำ และใช้พลังงานสูง เป็นการใช้เทคโนโลยีวงจรรวมขนาดใหญ่ (very
large scale integrated circuit : VLSI) ในการผลิตไมโครโปรเซสเซอร์
(microprocessor)
ทำให้ประสิทธิภาพของส่วนประมวลผลของเครื่องพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ยังได้มีการพัฒนาหน่วยความจำให้มี ประสิทธิภาพสูงขึ้น
แต่มีราคาถูกลง
ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในปัจจุบัน
โดยที่คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในขณะที่มีความสามารถเท่าเทียมหรือมากกว่า
เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ในสมัยก่อน
ตลอดจนการนำคอมพิวเตอร์ชนิดลดชุดคำสั่ง (reduced instruction set computer)
หรือ RISC มาใช้ในการออกแบบหน่วยประเมินผล
ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้เร็วขึ้นโดยใช้คำสั่งพื้นฐานง่าย ๆ
นอกจากนี้พัฒนาการและการประยุกต์ความรู้ในสาขาวิชาต่าง ๆ
ทั้งสาขาวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ
ที่ส่งผลให้เครื่องคอมพิวเตอร์มีการประมวลผลตามหลักเหตุผลของมนุษย์หรือระบบ
ปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งจะกล่าวถึงในหัวข้อต่อไป
2.ปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) หรือ
AI
เป็นการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ให้มีความสามารถที่จะคิดแก้ปัญหาและให้เหตุผล
ได้เหมือนอย่างการใช้ภูมิปัญญาของมนุษย์จริง
ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ในหลายสาขาวิชาได้ศึกษาและทดลองที่จะพัฒนาระบบ
คอมพิวเตอร์ให้สามารถทำงานที่มีเหตุผล โดยการเลียนแบบการทำงานของสมองมนุษย์
ซึ่งความรู้ทางด้านนี้ถ้าได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจะสามารถนำมาประยุกต์
ใช้งานต่าง ๆ อย่างมากมาย เช่น
ระบบผู้เชี่ยวชาญเป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ความสามารถใน
การแก้ปัญหาได้อย่างผู้เชี่ยวชาญ และหุ่นยนต์ (robotics)
เป็นการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ให้สามารถปฏิบัติงานและใช้ทักษะการเคลื่อนไหวได้
ใกล้เคียงกับการทำงานของมนุษย์ เป็นต้น
3. ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหาร (executive information system) หรือ
EIS
เป็นการพัฒนาระบบสารสนเทศที่สนับสนุนผู้บริหารในงานระดับวางแผนนโยบายและ
กลยุทธ์ขององค์การโดยที่ EIS
จะถูกนำมาให้คำแนะนำผู้บริหารในการตัดสินใจเมื่อประสบปัญหาแบบไม่มีโครง
สร้างหรือกึ่งโครงสร้าง โดย EIS
เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการที่พิเศษของผู้บริหารในด้าน
ต่าง ๆ เช่น สถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์การ
รวมทั้งสถานะของคู่แข่งขันด้วย
โดยที่ระบบจะต้องมีความละเอียดอ่อนตลอดจนง่ายต่อการใช้งาน
เนื่องจากผู้บริหารระดับสูงจำนวนมากไม่เคยชินกับการติดต่อและสั่งงานโดยตรง
กับระบบคอมพิวเตอร์
4. การจดจำเสียง (voice recognition) เป็น
ความพยายามของนักวิทยาศาสตร์ที่จะทำให้คอมพิวเตอร์จดจำเสียงของผู้ใช้
ปัจจุบันการพัฒนาเทคโนโลยีสาขานี้ยังไม่ประสบความสำเร็จตามที่นักวิทยา
ศาสตร์ต้องการ ถ้าในอนาคตนักวิทยาศาสตร์ประสบความสำเร็จในการนำความรู้ต่าง ๆ
มาใช้สร้างระบบการจดจำเสียง
ก็จะสามารถสร้างประโยชน์ได้อย่างมหาศาลแก่การใช้งานคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี
สารสนเทศ
โดยที่ผู้ใช้จะสามารถออกคำสั่งและตอบโต้กับคอมพิวเตอร์แทนการกดแป้นพิมพ์
ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ที่ไม่เคยชินกับการใช้คอมพิวเตอร์ให้สามารถปรับตัวเข้ากับ
ระบบได้ง่าย เช่น ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหารระดับสูง
การสั่งงานระบบฐานข้อมูลต่าง ๆ และระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล เป็นต้น
ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและขยายคุณค่าเพิ่มของเทคโนโลยี
สารสนเทศที่มีต่อธุรกิจ
5. การแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (electronics data interchange) หรือ
EDI
เป็นการส่งข้อมูลหรือข่าวสารจากระบบคอมพิวเตอร์หนึ่งไปสู่ระบบคอมพิวเตอร์
อื่นโดยผ่านทางระบบสื่อสารข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เช่น
การส่งคำสั่งซื้อจากผู้ซื้อไปยังผู้ขายโดยตรง
ปัจจุบันระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมาก
ขึ้นเรื่อย ๆ เพราะช่วงลดระยะเวลาในการทำงานของแต่ละองค์การลง
โดยองค์การจะสามารถส่งและรับสารสนเทศในการดำเนินธุรกิจ เช่น
ใบสั่งซื้อและใบตอบรับผ่านระบบสื่อสารโทรคมนาคมที่มีอยู่
ทำให้ทั้งผู้ส่งและผู้รับไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง
6. เส้นใยแก้วนำแสง (fiber optics) เป็น
ตัวกลางที่สามารถส่งข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็วโดยอาศัยการส่งสัญญาณแสง
ผ่านเส้นใยแก้วนำแสงที่มัดรวมกัน
การนำเส้นใยแก้วนำแสงมาใช้ในการสื่อสารก่อให้เกิดแนวความคิดเกี่ยวกับ “
ทางด่วนข้อมูล (information superhighway)”
ที่จะเชื่อมโยงระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน
เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ได้มีโอกาสเข้าถึงข้อมูลและสารสนเทศต่าง ๆ
ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น
ปัจจุบันเทคโนโลยีเส้นใยแก้วนำแสงได้ส่งผลกระทบต่อวงการสื่อสามวลชนและการค้าขายสินค้าผ่านระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์
7. อินเทอร์เน็ต (internet) เป็น
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงไปทั่วโลก มีผู้ใช้งานหลายล้านคน
และกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยที่สมาชิกสามารถติดต่อสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร
ตลอดจนค้นหาข้อมูลจากห้องสมุดต่าง ๆ ได้
ในปัจจุบันได้มีหลายสถาบันในประเทศไทยที่เชื่อมระบบคอมพิวเตอร์กับเครือข่าย
นี้ เช่น ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (Nectec)
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย เป็นต้น
8. ระบบเครือข่าย (networking system) โดย
เฉพาะระบบเครือข่ายเฉพาะพื้นที่ (local area network : LAN)
เป็นระบบสื่อสารเครือข่ายที่ใช้ในระยะทางที่กำหนด
ส่วนใหญ่จะภายในอาคารหรือในหน่วยงาน LAN
จะมีส่วนช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลให้สูงขึ้น
รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การใช้ข้อมูลร่วมกัน
และการเพิ่มความเร็วในการติดต่อสื่อสาร
นอกจากนี้ระบบเครือข่ายของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลยังผลักดันให้เกิดการกระจาย
ความรับผิดชอบในการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศไปยังผู้ใช้มากกว่าในอดีต
9. การประชุมทางไกล (teleconference) เป็น
การนำเทคโนโลยีสาขาต่าง ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องถ่ายโทรทัศน์
และระบบสื่อสารโทรคมนาคมผสมผสาน เพื่อให้สนับสนุนในการประชุมมีประสิทธิภาพ
โดยผู้นำเข้าร่วมประชุมไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ในห้องประชุมและพื้นที่เดียว
กัน ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดเวลาในการเดินทาง
โดยเฉพาะในสภาวะการจราจรที่ติดขัด
ตลอดจนผู้เข้าประชุมอยู่ในเขตที่ห่างไกลกันมาก
10. โทรทัศน์ตามสายและผ่านดาวเทียม (cable and sattleite TV) การ
ส่งสัญญาณโทรทัศน์ผ่านสื่อต่าง ๆ ไปยังผู้ชม
จะมีผลทำให้ข้อมูลข่าวสารสามารถแพร่ไปได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุมพื้นที่
กว้างขึ้น โดยที่ผู้ชมสามารถเข้าถึงข้อมูลจากสื่อต่าง ๆ ได้มากขึ้น
ส่งผลให้ผู้ชมรายการมีทางเลือกมากขึ้นและสามารถตัดสินใจในทางเลือกต่าง ๆ
ได้เหมาะสมขึ้น
11. เทคโนโลยีมัลติมีเดีย (multimedia technology) เป็น
การนำเอาคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มาจัดเก็บข้อมูลหรือ
ข่าวสารในลักษณะที่แตกต่างกันทั้งรูปภาพ ข้อความ เสียง
โดยสามารถเรียกกลับมาใช้เป็นภาพเคลื่อนไหวได้
และยังสามารถโต้ตอบกับผู้ใช้ด้วยการประยุกต์เข้ากับความรู้ทางด้าน
คอมพิวเตอร์ เช่น หน่วยความจำแบบอ่านอย่างเดียวที่บันทึกในแผ่นดิสก์
(CD-ROM) จอภาพที่มีความละเอียดสูง (high resolution) เข้ากับอุปกรณ์ต่าง ๆ
เพื่อจัดเก็บและนำเสนอข้อมูล ภาพ และเสียงที่สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้ได้
ปัจจุบันเทคโนโลยีมัลติมีเดียเป็นเทคโนโลยีที่ตื่นตัวและได้รับความสนใจจาก
บุคคลหลายกลุ่ม เนื่องจากเล็งเห็นความสำคัญว่าจะเป็นประโยชน์ต่อวงการศึกษา
โฆษณา และบันเทิงเป็นอย่างมาก
12. การใช้คอมพิวเตอร์ในการฝึกอบรม (computer base training) เป็น
การนำเอาระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการฝึกอบรมในด้านต่าง ๆ
หรือการนำเอาคอมพิวเตอร์มาช่วยในด้านการเรียนการสอนที่เรียกว่า “
คอมพิวเตอร์ช่วยการสอน (computer assisted instruction) หรือ CAI”
การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการสอนเปิดช่องทางใหม่ในการเรียนรู้
โดยส่งเสริมประสิทธิภาพการเรียนรู้ ตลอดจนปรัชญาการเรียนรู้ด้วยตนเอง
13. การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบ (computer aided design) หรือ
CAD
เป็นการนำเอาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และระบบข้อมูลเข้ามาช่วยในการออกแบบ
ผลิตภัณฑ์
รวมทั้งรูปแบบหีบห่อของผลิตภัณฑ์หรือการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยทางด้านการออก
แบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมให้มีความเหมาะสมกับความต้องการและความเป็นจริง
ตลอดจนช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานในการออกแบบ โดยเฉพาะในเรื่องของเวลา
การแก้ไข และการจัดเก็บแบบ
14. การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการผลิต (computer aided manufacturing) หรือ
CAM เป็นการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการผลิตสินค้าในโรงงานอุตสาหกรรม
เนื่องจากระบบคอมพิวเตอร์จะมีความเที่ยงตรงและน่าเชื่อถือได้ในการทำงานที่
ซ้ำกัน
ตลอดจนสามารถตรวจสอบรายละเอียดและข้อผิดพลาดของผลิตภัณฑ์ได้ตามมาตรฐานที่
ต้องการ ซึ่งจะช่วยประหยัดระยะเวลาและแรงงาน ประการสำคัญ
ช่วยให้คุณภาพของผลิตภัณฑ์มีความสม่ำเสมอตามที่กำหนด
15. ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (geographic information system) หรือ
GIS เป็นการนำเอาระบบคอมพิวเตอร์ทางด้านรูปภาพ (graphics)
และข้อมูลทางภูมิศาสตร์มาจัดทำแผนที่ในบริเวณที่สนใจ GIS
สามารถนำมาประยุกต์ให้เป็นประโยชน์ในการดำเนินกิจการต่าง ๆ เช่น
การวางแผนยุทธศาสตร์ การบริหารการขนส่ง
การสำรวจและวางแผนป้องกันภัยธรรมชาติ การช่วยเหลือและกู้ภัย เป็นต้น
ที่มา: https://blog.eduzones.com/futurecareerexpo/94488
วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
ตัวอย่างนวัตกรรมการศึกษา
นวัตกรรม 1
ห่วงเนรมิต
ผู้พัฒนา นางพงษ์อัจฉรา จันทพิมล
ครูโรงเรียนบ้านท่าสาป อ.เมือง
จ.ยะลา โทรศัพท์084-256-8660
ที่มา
ที่มา
ความคิดสร้างสรรค์หมายถึงความสามารถที่เด็กสังเกตเห็น
รับรู้เข้าใจ และมีพฤติกรรมตอบสนอง โดยคิดและทำ ได้ผลงานตามที่แสดงออกตามความคิดของตน
ซึ่งผลงานนั้นเป็นห่วงเนรมิตสิ่งใหม่สำหรับเขา
ตลอดจนพึงพอใจที่จะแสดงออกตามรูปแบบเขา ดังนั้นผลงานที่ทำตามแบบ เลียนแบบ
และทำซ้ำๆจึงถือว่าเด็กยังไม่เกิดความคิดสร้างสรรค์
ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย
จึงเน้นการปฏิบัติกิจกรรมที่เกิดจากการจินตนาการ ทำให้ค้นพบสิ่งแปลกใหม่ที่
ไม่ซ้ำใคร หากมีการพัฒนาที่ถูกต้องแล้ว จะทำให้เด็กมีคุณภาพในอนาคต (รุ้งฟ้า
ล้อมในเมือง,2551:120)
วัตถุประสงค์
1.
เพื่อฝึกให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์
2.
เพื่อฝึกการใช้กล้ามเนื้อเล็ก
3.
เพื่อฝึกทักษะการจำแนกสีต่างๆ
ลำดับขั้นตอนกิจกรรมการพัฒนา
ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน
1.ครูแนะนำอุปกรณ์ให้นักเรียนรู้จัก
2.ครูให้นักเรียนสำรวจห่วงว่ามีลักษณะอย่างไร
และมีสีอะไรบ้าง
ขั้นสอน
1.นักเรียนออกมาหยิบห่วงตามความต้องการ
2.นักเรียนสร้างผลงานจากห่วงตามจินตนาการ
3.นักเรียนบอกชื่อผลงานของตนเอง
ขั้นสรุป
1.ครูสังเกตพฤติกรรมนักเรียนและบันทึกผลการเรียนรู้
2.นักเรียนและครูร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงาน
ลักษณะของนวัตกรรม
- สื่อการเรียนรู้
- สื่อการเรียนรู้
ผลการนำไปทดลองใช้
1.นักเรียนสร้างผลงานตามจินตนาการได้
1.นักเรียนสร้างผลงานตามจินตนาการได้
2.นักเรียนสามารถจำแนกสีได้
3.นักเรียนมีพัฒนาการของกล้ามเนื้อเล็ก
ความคิดเห็นของผู้รายงาน
- ทำให้เด็กนักเรียนจินตนาการ
ความคิดเห็นของผู้รายงาน
- ทำให้เด็กนักเรียนจินตนาการ
- เพื่อฝึกให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์
นวัตกรรม 2
กล่องอเนกประสงค์
ผู้พัฒนา นางสาวปราณี
จิรชีวัน
ครูโรงเรียนพัฒนาบาลอ
อ.รามัน จ.ยะลา โทรศัพท์087-786-5129
ที่มา
กล้ามเนื้อของเด็กในวัยนี้จะเจริญอย่างรวดเร็ว
และกล้ามเนื้อใหญ่จะเจริญมากกว่า
กล้ามเนื้อเล็ก
การประสานสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อมือ และกล้ามเนื้อตายังไม่สัมพันธ์กันกล่องอเนกประสงค์ดังนั้น
เด็กจึงไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อมือและนิ้วให้เขียนหนังสือได้เด็กในวัยนี้จึงควรที่จะได้ทำกิจกรรมต่างๆ
ที่ต้อง
ใช้กล้ามเนื้อมือเป็นเวลานานพอสมควร
วัตถุประสงค์
1. เพื่อพัฒนาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็ก
วัตถุประสงค์
1. เพื่อพัฒนาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็ก
2.
เพื่อพัฒนาการประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา
ลำดับขั้นตอนกิจกรรมการพัฒนา
1.ให้นักเรียนนั่งเป็นกลุ่มพร้อมทั้งแจกอุปกรณ์ให้
2.นักเรียนดูครูสาธิตการฉีกและปะติดกระดาษ
3.นักเรียนฉีกกระดาษสีเป็นชิ้นเล็กๆ
แล้วนำมาปะติดรอบๆ แกนกระดาษทิชชู
4.นำแกนกระดาษทิชชูที่ทำเสร็จแล้วมาติดบนฐานรอง
4.นำแกนกระดาษทิชชูที่ทำเสร็จแล้วมาติดบนฐานรอง
5.เก็บอุปกรณ์เข้าที่ให้เรียบร้อย
6.นักเรียน และครูสนทนาร่วมกัน
ถึงประโยชน์ของกล่องอเนกประสงค์สำหรับใช้ใส่ดินสอ
7.นำเสนอผลงาน
ลักษณะของนวัตกรรม
- เทคนิคการจัดประสบการณ์
ลักษณะของนวัตกรรม
- เทคนิคการจัดประสบการณ์
ผลการนำไปทดลองใช้
1.นักเรียนทำกล่องอเนกประสงค์ได้
2.นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์จากการทำงานและมีความสัมพันธ์ระหว่างมือกับตาได้ดี
ความคิดเห็นของผู้รายงาน
1.นักเรียนเกิดความสนุกสนานกับการได้ทำกล่องอเนกประสงค์
2.นักเรียนเกิดการเรียนรู้
3.นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์รู้จักสังเกต

ที่มา http://404sarunwich.blogspot.com/2012/06/2.html
ความคิดเห็นของผู้รายงาน
1.นักเรียนเกิดความสนุกสนานกับการได้ทำกล่องอเนกประสงค์
2.นักเรียนเกิดการเรียนรู้
3.นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์รู้จักสังเกต

ที่มา http://404sarunwich.blogspot.com/2012/06/2.html
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
